จัดระบบการจิ้น BL ขั้นสูง สาระในความไร้สาระ
posted on 19 Jan 2011 23:38 by colleen
ก่อนที่จะลง ต้องกลับมาถามตัวเองก่อนว่า ตกลงนี้ฉันเอาอะไรมาลงเนี้ย! ![]()
ไม่ใช่สายนี้ โปรดอย่าเข้ามา
ส่วนผู้ที่มีความมานะอดทนสูง ถ้าทนอ่านเทคนิคแรกได้ อ่านอันที่สองจะฮามากขึ้น
หรือจะเลื่อนขึ้นเลื่อนลง เพื่ออ่านสลับกันก็ได้
เทคนิคการเล่านิทาน
จากจริงเป็นเท็ด จากการกระทำ สู่บทความที่อ่านแล้วไม่เข้าใจ
"เด็กกับจินตนาการ"
การจินตนาการของเด็กพอจะแบ่งออกได้ดังนี้
1. จินตนาการแบบอิสระ คือจินตนาการที่เด็กไม่มีประสบการณ์รองรับเลย เด็กจะใช้ความคิดคำนึงเฉพาะตัวเป็นหลักในการตัดสิน และส่งผลต่ออารมณ์ของตนเอง
2. จินตนาการแบบมิติสัมพันธ์ เป็นจินตนาการของเด็กที่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เห็นหรือได้ฟัง กับของที่เคยเห็นเคยฟังมาแล้ว แบ่งได้ 3 ขั้นตอนคือ
ขั้นที่1 คือเมื่อเด็กด้ฟังสิ่งใด หรือเห็นสิ่งใดแดล้วนึกถึงสิ่งที่เคยเห็นมาก่อนหรือจินตนาการสิ่งที่เคยเห็นมาก่่อน
ขั้นที่2 นอกจากเด็กจะเชื่อมโยงสิ่งที่ตนเห็นหรือได้ฟังกับอีกสิ่งหนึ่งแล้วเด็กยังจินตนาการไปถึงอารมณ์หรือความมีชีวิตชีวาของสิ่งนั้นๆด้วย
ขั้นที่3 เป็นการจินตนาการไปถึงสิ่งเหนือจริง ของวิเศษ สิ่งมหัศจรรย์ จินตนาการขั้นนี้เป็นขั้นที่เด็กๆใฝ่ฝันอยากจะมีกันทุกคน จะสังเกตได้ว่า ถ้าเราบอกว่า"มีกบอยู่ตัวหนึ่ง"เด็กๆก็จะฟังเฉยๆ แต่ถ้าบอกว่า"มีกบวิเศษอยู่ตัวหนึ่งสามารถพ่นไฟได้ด้วย"เด็กๆก็จะทำตาโตทีเดียว
"การเลือกนิทาน"
ผู้เล่าหรืออ่านนิทานให้เด็กฟัง จะต้องเลือกนิทานให้เป็น เพราะนิทานที่มีอยู่ทั้งหมด ไม่ใช่ว่าเด็กจะชอบทุกเรื่อง การเลือกนิทานควรพิจารณาสิ่งต่างๆดังต่อไปนี้
1. นิทานเรื่องนั้นสนองความต้องการของเด็กได้มากน้อยเพียงไร
2. เรื่องเล่าควรจะเลือกให้เหมาะกับวัยต่างๆของเด็ก
3. เวลาที่ใช้ในการเล่าควรจะเหมาะสมกับช่วงระยะเวลาความสนใจและสมาธิในการฟังของเด็กวัยต่างๆ
4. เนื้อหาจะต้องมีสาระค่านิยม ความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมคุณณธมและจริยธรรม
5. มีเนื้อเรื่องสนุกสนานชวนติดตาม กระตุ้นจินตนาการของเด็ก
6. เป็นวรรณกรรมที่ดีทั้งโครงเรื่อง ลักษณะที่เด่นของตัวละคร การใช้ภาษาที่สร้างสรรค์ เป็นเรื่องที่ไม่เคยตาย(Timelessness)
7. ไม่ควรสร้างความขบขันบนความเจ็บปวดของคนอื่น และไม่ใช้ภาษาหรือปฏิบัติต่อเด็ฏในเชิงตำหนิติเตียนหรือดูหมิ่น
8. กล่าวถึงอารมณ์มนุษย์อย่างระมัดระวัง เสนอแนะวิธีการที่สร้างสรรค์แก่เด็กในการเผชิญกับความยากลำบากต่างๆ
"การเตรียมตัวก่อนเล่านิทาน"
ผู้เล่านิทานเมื่อเลือกเรื่องของนิทานให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ฟังและพอใจกับเนื้อเรื่องแล้ว ผู้เล่าจะต้องนำนิทานที่จะเล่ามาจัดเตรียมให้พร้อมก่อนจะดำเนินการเล่าดังนี้
1. ผู้เล่าจะต้องอ่านทบทวนเรื่องราวที่ผู้เล่าเลือกมา ให้เกิดความคุ้นเคย เข้าใจ และรู้จักเรืองที่เลือกมาได้เป็นอย่างดี เพื่อจะได้เกิดความราบรื่นตลอดขณะดำเนินการเล่า
2. ขั้นตอนการเล่า ผู้เล่าจะต้องพิจารณาในการนำเสนอการขึ้นต้นเรื่อง การเล่าเรื่องต่อเนื่องจนถึงกลางเรื่อง และการจบเรื่องให้ชัดเจน และน่าสนใจตามลักษณะเฉพาะของผู้เล่า
3. สื่อวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่า ผุ้เล่าจะต้องเตรียม และทดลองใช้ให้เกิดความชำนาญ และจัดระบบการใช้ตามลำดับก่อนหลัง
4. กิจกรรมประกอบการเล่านิทาน ผู้เล่าจะต้องเตรียมให้พร้อมและจะต้องเหมาะสมกับกลุ่มผู้ฟัง เช่น การร้องเพลงซ้ำๆ และง่าย คำพูดซ้ำๆ และง่าย การร้องขอให้ผู้ฟังมาช่วยร่วมแสดงกรือทำกิจกรรมด้วยขณะดำเนินการเล่า
5. สถานที่เล่า ผู้เล่าจต้องพิจารณาตามความเหมาะสมให้พอดีกับกลุ่มผู้ฟังเพราะ ผู้เล่าจะต้องจัดเตรียมสื่อให้พอเหมาะกับการมองเห็น และการฟังของผู้เล่า
นอกจากนี้ผู้เล่านิทานจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอ่านนิทานซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยออกเสียงดังๆและจะต้องอ่านจนขึ้นใจในเรื่องราว ถ้อยคำ และการดำเนินเรื่อง ถ้ากลัวติดขัดขณะทำการเล่า ผู้เล่าจะต้องบันทึกย่อเพื่อกันลืม
"วิธีเล่านิทาน"
การเล่านิทานแบ่งได้ 5 วิธีได้แก่
1. เล่าปากเปล่า
2. เล่าโดยใช้หนังสือประกอบ
3. เล่าโดยใช้ภาพประกอบ
4. เล่าโดยใช้สื่อใกล้ตัว
5. เล่าโดยใช้ศิลปะเข้าช่วย
แปะเคลดิส http://courseware.payap.ac.th/docu/th402/2%20information/b5p1.htm

จากเท็ดเป็นจริง จากไร้สารระ สู่ความมีสาระ(ที่หาค่าไม่ได้)
“เด็กกับการจิ้น”
การจิ้นพอจะแบ่งออกได้ดังนี้
1. การจิ้นแบบอิสระ การใช้ความคิดคำนึงส่วนตัวเป็นหลักในการตัดสิน และส่งผลต่ออารมณ์ของตนเอง โดนใช้ตัวละคร และเหตุการที่สมมุติขึ้นเอง คิดเอง จิ้นเอง มีความสุขเอง ครบเครื่องไปในตัว
2. การจิ้นแบบมิติสัมพันธ์ เป็นการจิ้น ที่เชื่อมโยงสิ่งที่เห็น , ฟัง หรือ อ่าน กับสิ่งต่างๆที่เฉพาะเจาะจง หรือไม่เฉพาะเจาะจงในทาง Y หรือ R การจิ้นแบบนี้สามารถแบ่งได้อีก 3 รูปแบบ คือ
การจิ้นแบบที่ 1 การจิ้นในเชิงเจาะจง คือการดึงเอาตัวละคร และ เหตุการที่เกิดขึ้น หรือถูกสมมุติมาจากคนอื่น มาต่อเติมด้วยภาษาของตนเอง เช่น อ่านนิยาย Y แต่มีฉากที่ต้องการไม่พอใจ จึงนำมาจิ้นเอง แต่ยังเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องนั้นๆอยู่
การจิ้นแบบที่ 2 การจิ้นแบบเชื่อมโยง โดยการเชื่อมโยงสิ่งที่ได้เห็น ฟัง อ่าน มาปะติปะต่อกันด้วยตนเอง แล้วใส่อารมณ์ความรู้สึกเข้าไป เช่น การเห็นเพื่อนชายสองคนเดินมาด้วยกัน (ต่อจากนั้นสายYทั้งหลายคงรู้ๆกันอยู่)
การจิ้นแบบที่ 3 การจิ้นไปถึงสิ่งเหนือความจริง สิ่งไม่มีชีวิตหรือไม่เกี่ยวข้องกับ Y หรือ R เลยแม้แต่น้อย แต่ก็ยังสามารถนำมาจิ้นได้ การจิ้นลัษณะนี้ ต้องเป็นสาย Y ขั้นเทพเท่านั้นถึงจะทำได้ เช่น จิ้นดินสอกับที่เหลาดินสอ จิ้นปรักไฟกับเต้าเสียบ ฯลฯ
“การเลือกรูปแบบการจิ้น”
ตัวผู้จิ้น จะต้องเลือกเรื่องให้เป็น เพราะเรื่องที่มีอยู่ทั้งหมด ไม่ใช่ว่าตัวคุณจะชอบไปซะทุกเรื่อง การเลือกเรื่องที่จะจิ้น ควรพิจารณาสิ่งต่างๆดังต่อไปนี้
1. เรื่องๆนั้นสนองความต้องการของผู้จิ้นได้มากน้อยเพียงไร
2. เรื่องที่จิ้น ไม่ต้องจำกัดเรื่องอายุก็ได้
3. เวลาที่ใช้ในการจิ้นควรจะเหมาะสมกับเวลาว่างที่มี ไม่ใช่จิ้นไม่ดูเวล่ำเวลา
4. เนื้อหาสามารถขาดคุณธรรม ศีลธรรม และจริยธรรมได้ เมื่อเป่าหมายยังไม่รู้ตัว
5. มีเนื้อเรื่องสนุกสนานชวนติดตาม กระตุ้นจินตนาการของผู้จิ้น
6. วางโครงเรื่องง่ายๆ เน้นลักษณะที่เด่นของตัวละคร การใช้ภาษาที่(ไม่)สร้างสรรค์ ส่อสองแง่สามง่าม ช่วนให้คิดไปไกล เป็นเรื่องที่ไม่เคยตาย(Timelessness)
7. สร้างความขบขันบนความเจ็บปวดของคนอื่น และใช้ภาษาวิบัติแค่ในจิตนาการ ในการเขียน หรือเล่าเรื่องให้ผู้อื่นฟัง ควรใช้ภาษาที่ถูกต้อง
8. ตัวละครที่คิดขึ้นเอง มักมีอดีตโชคร้ายรันทด (ไม่มีเหตุผลในเชิงวิทยาศาสตร์ที่จะอธิบาย)
“การเตรียมตัวก่อนนำไปเล่าต่อ”
ผู้เล่าเมื่อเลือกเรื่องให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ฟังและพอใจกับเนื้อเรื่องแล้ว ผู้เล่าจะต้องนำเรื่องที่จะเล่ามาจัดเตรียมให้พร้อมก่อนจะดำเนินการเล่าดังนี้
1. ผู้เล่าจะต้องอ่านทบทวนเรื่องราวที่ผู้เล่าเลือกมา ให้เกิดความคุ้นเคย เข้าใจ และรู้จักเรืองที่เลือกมาได้เป็นอย่างดี เพื่อจะได้เกิดความราบรื่นตลอดขณะดำเนินการเล่า ไม่เสียเลือด หรือหลุดหัวเราะโดยใช่เหตุ
2. ขั้นตอนการเล่า ผู้เล่าจะต้องพิจารณาว่าจะขึ้นต้นเรื่องหรือไม่(ส่วนใหญ่จะข้ามขั้นตอนนี้ไป) จะเล่าเรื่องต่อเนื่องจากตอนไหน ไปจนถึงจุดไคลแม็กซ์ของเรื่อง ส่วนตอนจบ จะจบเรื่องให้ชัดเจน หรือจะปล่อยให้ค้าง แล้วให้ไปจิ้นกันเอาเอง ก็แล้วแต่ผู้เล่า
3. ในบางครั้ง อาจใช้วัสดุอุปกรณ์ประกอบในการเล่า ผุ้เล่าจะต้องเตรียม และทดลองใช้ให้เกิดความชำนาญ ยกตัวอย่างเช่น กุญแจมือ แซ่ เทียนไข ฯลฯ (อุปกรณ์แทบทั้งหมด จะอยู่ในหมวด SM และ R-20 )
4. กิจกรรมประกอบการเล่า (ไปจิ้นกันเอาเอง)
5. สถานที่เล่า ผู้เล่าจต้องพิจารณาตามความเหมาะสมให้พอดีกับกลุ่มผู้ฟังเพราะ จะได้ไม่มีใครมาแอบฟังได้ง่ายๆ ทั้งยังสามารถสือถึงอารมความรู้สึกได้เห็นภาพมากกว่า หากอยู่ในสถานที่ๆถูกต้อง ใช้ปกปิดความเป็นธาตุ Y จากผู้ไม่ต้องการให้รู้
“วิธีเล่า”
การเล่านิทานแบ่งได้ 5 วิธีได้แก่
1. เล่าปากเปล่าก็เกินพอ
2. เล่าโดยใช้หนังสือประกอบเผื่อว่าจะมีใครยื่มไปอ่านต่อ
3. เล่าโดยใช้ภาพประกอบเพื่อความง่ายต่อการจิ้น
4. เล่าโดยใช้คนใกล้ตัว
5. เล่าโดยใช้การแสดงให้เป็นภาพเข้าช่วย
ขอขอบคุณ ผู้ปลอมแปลงเอกสาร(จนเสื่อม)โดย ปลาหมึก Duk Duk
เขียนตำราได้เลยนะเนี่ย
ไม่น่าเชื่อว่าระบบการจิ้นของสาววายอย่างเราๆจะล้ำลึกถึงเพียงนี้ 55555
#1 By F.I.N. on 2011-01-20 00:10